สวัสดีค่า มาตามคำเรียกร้อง ของใครบางคน วันนี้เอาโค๊ดของบล็อกนี่มาแจก ตามคำสัญญาคลิกได้เลย... เอ่อคลิกขวาที่ภาพ แล้วเลือก Open In New Windows นะหน้านี้จะได้ไม่หายไป 
ที่โหลดไปน่ะ เป็นไฟล์ .rar แตกไฟล์จะได้ .htm นะ เพราะตอนแรกกะว่าจะใส่ Word ให้แต่เดี๋ยวไปแก้กันจนต้นฉบับหาย แล้วจะงง แล้วก็ไม่ต้องห่วง คลุมดำได้ทุกตัวอักษรจ๊ะ
---------------------------------

หมอกหรือควัน Music Box
ไดอารี่ของเธอ...
:: ศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม 2547::
ความรักครั้งเก่า ทำให้ฉันไม่เปิดใจให้ใคร
ไม่ว่าจะเป็นต่างเพศหรือว่าเพศเดียวกัน
จนวันที่ฉันก็ได้พบกับเด็กคนนึง เด็กคนนี้อ่อนโยน เค้ามองฉันด้วยสายตา
เหมือนที่ฉันมองเค้า ฉันอ่อนไหวทุกครั้งที่ได้มองหน้าเด็กคนนี้
เค้าเป็นเด็กที่มาทำฟันในคลินิก บอกว่าจะมาจัดฟัน ทั้ง ๆ ที่ฟันไม่ได้ห่าง
หรือผิดรูปอะไรเลย คงทำเล่น ๆ เป็นแฟชั่นเหมือนที่เพื่อน ๆ ทำกัน
ฉันเด็กคนนั้นบอกว่า มันจะเจ็บหน่อยนะ เด็กคนนั้นมองหน้าฉัน ฉันยิ้มให้
เค้า โดยที่เค้าไม่ตอบ สายตานั้นทำให้ฉันใจสั่น
ฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้เค้า เพื่อหยิบเอาแผ่นพับการทำฟันที่ทับและวางกัน
อยู่ข้าง ๆ เค้า ให้เค้าดู แต่ก็รู้สึกได้ว่า มันคงจะใกล้เกินไปแล้ว เด็กคนนั้น
พูดขึ้นว่า แล้วตอนจูบมันจะเจ็บมั๊ยหมอ
ฉันตกใจไม่คิดว่าเค้าจะพูดเพราะตั้งแต่เข้ามาเค้าพูดแต่คำว่า ค่ะเป็น
คำพูดตอบคำถามที่ฉันถามชื่อ กับถามว่ามาจัดฟันเหรอ
ฉันตอบว่าเจ็บมั้ง ไม่รู้สิ แล้วเด็กคนนั้นก็บอกว่า ไม่ทำแล้วค่ะ กลัวเจ็บ
ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่บอกไปว่า ดีแล้วล่ะ ฟันสวยอยู่แล้วไม่ต้องทำหรอก
แล้วเด็กคนนั้นกับเพื่อนก็กลับไป อะไรกันเนี่ยเด็กคนเนี้ย
:: เสาร์ ที่ 11 ธันวาคม 2547::
เหมือนนิยายหรือไม่ก็ละครน้ำเน่า
เราเจอกันอีกในวันเสาร์ ฉันไปร้านหนังสือซีเอ็ด ที่ห้างใหญ่ในตัวเมือง
ตามปกติในวันที่ฉันไม่ต้องทำงาน แล้วฉันก็เจอเด็กคนนั้นยืนอยู่ที่หน้าชั้น
หนังสือ หมวดคอมพิวเตอร์ เด็กคนนั้นมองมาแล้วก็มองผ่านไปเหมือนเค้า
จะไม่มองไม่เห็นฉัน
ฉันแปลกใจ และคิดว่าเด็กคนนั้นน่าจะไป ตัดแว่นมากกว่าจัดฟันนะ
ฉันเดินไปแถวหมวดหนังสือคอม และฉันก็เห็นเด็กคนนั้นกำลังทำอะไร
บางอย่างที่ไม่เหมือนอยากให้ใครเห็น เค้ากำลังเอาโทรศัพท์มาบันทึก
ข้อความจากหนังสือ มันช่างน่าหัวเราะอะไรอย่างนี้
....อ๊ะ เด็กคนนั้นอุทาน ในขณะที่ฉันใช้มือหยิบหนังสือออกจากมือเค้า
ทำอะไรเนี่ย...ไม่ซื้อไปล่ะ ฉันถามเค้า ทั้ง ๆ ที่ไม่ควรถามอย่างนั้นเลย
บางทีเด็กคนนั้นอาจไม่มีเงินซื้อก็ได้ และเด็กคนนั้นก็ไม่ตอบ
พี่ซื้อให้นะ ฉันพูดอะไรออกไป ฉันจะซื้อหนังสือให้เด็กที่ไม่รู้จักกันหรือนี่
ไม่หรอกซื้อเองก็ได้ เด็กคนนั้นตอบ ดูท่าทางอาย ๆ ตาก็ยังคงมองไป
รอบ ๆ และทำท่างเหมือนจะไม่เอาแล้ว เพราะมีคนมาขัดใจ
งั้นพี่บอกพนักงานนะ ฉันพูดอะไรออกไปอีกก็ไม่รู้ อยู่ดี ๆ ก็พูดขู่เค้า
ออกไป เห็นหน้าตาบ้องแบ๊วเค้าแล้ว รู้สึกอยากจะแกล้งเล่น
อ้าว... เด็กคนนั้นยิ่งขมวดคิ้ว กว่าเดิมอีก
ขณะนั้นฉันจำได้ดีว่ามีเพลงที่ไพเราะมากดังมาจากมุมของร้านหนังสือ
ลำโพงตัวเล็ก ๆ แต่เสียงดนตรีนั้นเพราะมาก เป็นเพลงบรรเลงที่มีแต่เสียง
กล่องดนตรี รู้สึกจะเป็นเพลง หมอกหรือควัน นี่แหละถ้าจำไม่ผิด
ฉันดึงแขนเค้าไปที่เคาท์เตอร์คิดเงิน แล้วก็จ่ายเงินสำหรับหนังสือ 2 เล่ม
ของฉันเล่มนึงและก็...หนังสืออะไรไม่รู้ของเด็กคนนั้น
พอเดินออกมาจากร้าน เด็กคนนั้นเอาเงินคืนให้ฉัน เค้าให้มาแบงค์ 500
(เอามาตบหน้ากันชัด ๆ ไอ้เด็กบ้า)
อ้าว มีเงินแล้วทำไมไม่ซื้อล่ะ นิสัยไม่ดีเลยเรานี่ ไม่เอาหรอก แบงค์ย่อยพี่
ไม่ถึง ฉันตอบปัด ๆ ทั้งที่จริงมีพอทอนได้หนังสือเล่มนั้นราคา 249 บาท
ชื่อว่า Illus... อะไรซักอย่าง อ่านไม่ทันหน้าปกเป็นรูปคล้าย ๆ การ์ตูนอนิเมชั่น
ฉันบอกไปว่าเลี้ยงข้าวเที่ยงนี้ล่ะกัน ดูหน้าตาเค้าก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร
แค่ตอบว่า ค่ะ ในใจก็คิดอยู่ว่า เด็กนี่อาจจะไม่ใช่ทอมหรือเลสก็ได้
ดูโดยรวมแล้วก็ไม่เหมือนนะ เพราะเค้าไม่ได้แต่งตัวเป็นผู้ชาย หรือทอม แต่
ดูจากสายตา การพูดจา ออกดูขรึม ๆ เยือกเย็น แล้วก็รู้สึกว่าเค้าอาย ๆ เวลา
ฉันมองหน้าเค้าตรง รึว่าฉันจะคิดไปเอง ไม่รู้สิ นี่ล่ะมั๊งที่เค้าว่า
ผีกับผีมันเห็นกัน
เราทานข้าวกันที่ร้านอาหารในศูนย์อาหารห้างสรรพสินค้านั้น คุยกันปกติ
และดูเหมือนจะถูกคอกันซะด้วย และเค้าก็บอกถึงเหตุผลที่เอาโทรศัพท์ไป
บันทึกข้อความในหนังสือนั้นว่า
ซื้อกลับบ้านไม่ได้ พ่อจะเห็น พ่อไม่ชอบให้เรียนศิลป์ ถ้าพ่อเห็นหนังสือ
พ่อจะว่าเอา
ฉันยิ่งรู้สึกว่าเด็กคนนี้น่าสงสารจัง และก็เพิ่งรู้ว่าหนังสือนั้นชื่อ Illustrator
เป็นเทคนิคเกี่ยวกับโปรแกรมวาดภาพด้วยคอมพิวเตอร์ จนเกือบจะกินข้าว
เสร็จถึงได้รู้ว่า เด็กคนนั้นชื่อ บี อายุห่างจากเราตั้งเกือบ 8 ปี แต่สูงกว่า
เรานิดหน่อย หน้าตาก็น่ารักดีนะ แต่ดูไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองเลย เด็กเก็บกดรึเปล่านะ หุหุ แต่ยังไงก็อย่าเพิ่งมีแฟนเล้ย...
นี่เป็นการทานข้าวเที่ยงที่รู้สึกว่ามันอร่อยมาก แค่กินข้าวทำไมหัวใจมันต้อง
เต้นแรงด้วย ฉันคงไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มานานมากมั้ง นี่ฉันหลงรักเด็กนี่รึเปล่าเนี่ย
เธอเป็นหมอกหรือควันกันแน่เด็กน้อยเอ๋ย
หมอกจาง ๆ และควัน คล้ายกันจนบางทีไม่อาจรู้
อยากจะถามดูว่าเธอเป็นดั่งหมอกหรือควัน
--------------------------------------------------------------
และระยะเวลาเกือบ 2 เดือนหลังจากนั้น กับเรื่องราวอีกมากมาย ที่ทำให้เรา
ได้คบกันในฐานะ คนรู้ใจ
นี่เป็นไดอารี่ของเธอ (ปีกสีขาว) ในวันที่ 10 ธันวาคม 2547 วันรัฐธรรมนูญ
ฉันเพิ่งพบมันเมื่อหกเดือนก่อน ในรถของเธอ ตอนที่ฉันมาช่วยเธอย้ายห้อง
เพื่อไปบ้านจัดสรรค์หลังใหม่ที่เธอซื้อแทนการอยู่อาพาร์ทเม้นท์เดิม
เธอจะรู้มั๊ยว่า วันนั้นฉันก็ตื่นเต้นไม่น้อยเลยที่เจอเธอ ในวันที่ฉันทำอะไรน่า
อายแบบนั้น แหนะมีการว่าเราเป็นผีด้วย หาว่าเราตาถั่วอีก เด็กบ้าด้วย
แล้วใครกันล่ะเนี่ย ที่หลงรักกันก่อน ฉันว่าฉันรู้สึกก่อนเธอนะ เพราะฉันไม่
กล้านอนอ้าปากให้เธอจัดฟันฉันไง...
ฉันเก็บไดอารี่นี้ไว้ โดยที่เธอไม่รู้ เธอไม่กล้าบอกให้ฉันช่วยหา เพราะกลัว
ว่าฉันจะรู้ว่าเธอเขียนอะไรถึงฉันบ้าง ฉันเก็บมันไว้เพื่อแกล้งให้เธอหาเล่น ๆ แกล้งเธอจนถึงวันที่ไม่มีโอกาสคืนเธอได้แล้ว
วันนั้นฉันอ่านแล้วยิ้มและนึกขำถึงเรื่องที่เธอเขียน
วันนี้....ฉันอ่านข้อความทั้งหมดในหน้านี้อีกที ทุกอย่างรอบกายมัน
เปลี่ยนไป แต่อย่างน้อย ๆ ในใจก็มีความสุขที่เคยได้รักใครสักคนนึง
แล้วเขาก็รักเราเช่นกัน
edit @ 2007/05/28 12:06:55
เล่นเอาเวลาจะไปหาหมอฟันทีไรต้องนั่งทำใจก่อนทุกที


















