ประทับในมากกับหนังเรื่อง 300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก
เรื่องราวเกี่ยวกับความโหดร้ายในสงครามเธอร์โมไพเล การต่อสู้ระหว่างกองทัพจำนวนมหาศาลของเซอร์เซส แห่งเปอร์เซีย กับ กษัตริย์เลโอนิดาล์ กษัตริย์แห่งสปาร์ต้า (หรือที่ในหนังออกเสียงว่า ลีโอไนดาส) ซึ่งมีทหารสปาตั้นทีแข็งแกร่งด้วยกำลังกายและกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้กษัตริย์เซอร์เซสต้องส่งกองกำลังมหาศาลเพื่อมากวดล้างทหารเพียง 300 คน
อยากบอกว่าหนังเรื่องนี้สนุกมากมาก (สำหรับคนที่ชอบหนังแนวนี้) แต่ควรให้คำแนะนำสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะในหนังมีแต่ฉากสู้รบที่โหดร้าย แต่นั่นก็คือเรื่องจริงเพราะการต่อสู้ในสมรภูมิรบ มิได้ปูด้วยพรมแดงและโรยด้วยกลีบกุหลาบ ส่วนตัวแล้วประทับใจหนังเรื่องนี้ด้วย คำพูดจาในเนื้อเรื่อง เป็นคำพูดของชาวกรีกที่พูดแล้วชวนคิดตาม คำสั้น ๆ บางคำซึ่งทำร้ายจิตใจคนได้อย่างเจ็บปวด และฉากสู้รบแบบบรรยากาศสงครามกรีกที่ภาพโดยรวมแล้วคิดว่าภาพศิลป์ดีมาก ๆ (ในทัศนคติคนชอบงานกราฟิก) หนังเองก็ไม่ได้ยืดยาวอะไรด้วย แต่ได้ยินมาว่าตอนที่ฉายในโรงมีการเซ็นเซอร์ด้วย
ตอนแรกที่หนังเรื่องนี้เข้าโรงฉาย เห็นโฆษณาแล้วก็เฉย ๆ เพราะปกติส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบหนังสงครามสมัยเก่า ก็เลยไม่คิดจะไปดู แต่พอมีโอกาสได้ดูก็กลับหวนคิดไปว่า หนังดี ๆ อย่างงี้ทำไมไม่ไปดูว๊ะ เคยดูหนังสงครามสมัยเก่ามาก็ไม่กี่เรื่องหรอก (เพราะไม่ค่อยชอบด้วย) แต่เรื่องที่ผ่านมาที่คิดว่าดีก็คงเป็นเรื่อง The Last Samurai (แต่หนังยาวไปหน่อยเกือบ 3 ชั่วโมง)
วันนี้ก็เลยนำภาพและคำพูดดี ๆ จากหนังเรื่อง 300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก มาให้ดูกัน ใครได้ดูแล้วก็ช่วยคอมเม้นต์หน่อยนะอยากฟังทัศนคติของแต่ละคน
เริ่มด้วยคำพูดของราชินีแห่งสปาต้า เมื่อพระองค์ถูกลบลู่จากทูตที่เปอร์เซีย ว่าทำไมผู้หญิงของสปาร์ต้าถึงมาเทียบเท่าและมาออกหน้าพูดแทนชาย หรือทำตัวเสมอชาย พระองค์จึงตรัสว่า

ก็เพราะมีแต่งหญิงชาวสาปาร์ตั้นเท่านั้นแหละที่ให้กำเนิดชายได้อย่างแท้จริง
กษัตริย์ไม่พอใจอย่างมากเมื่อทูตลบลู่ราชินี และขอให้พระองค์ทรงสวามิภักดิ์ อีกทั้งยังลบลู่ชาวเมือง นำเรื่องราวที่โหดร้ายมาข่มขวัญชาวเมืองของพระองค์ เพียงเพื่อต้องการยึดเมืองสปาร์ต้าที่มีผืนแผ่นดินและน้ำที่อุดมสมบูรณ์ คณะทูตได้รับผลตอบแทนด้วยการถูกส่งให้ลงไปอยู่ในบ่อที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบ่อ และลึกจนไม่ได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาเมื่อร่างของคณะทูตตอกลงไป พระองค์ตรัสก่อนจะทำเช่นนั้นว่า
ก่อนพระองค์ออกรบพระองค์ทรงยืนอยู่หน้าราชินี เหมือนเป็นการบอกลา
ลาก่อนจอมใจข้า พระองค์ไม่ได้ตรัสออกมา ไม่มีช่องว่างให้กับความอ่อนแอ ในสปาร์ต้าไม่มีที่ให้ความอ่อนแอ

ระหว่างทางพระองค์พบกับทหารของชาวอาเคเดี้ยน แม่ทัพมองดูทหารแล้วพูดเหมือนลบลู่ว่าพระองค์ไม่มีทางนำทหารเพียงแค่ 300 คนไปรบกับทหารเปอร์เซียร์ได้หรอก
พระองค์จึงตรัส ก่อนจะถามทหารของอาเคเดี้ยนว่า
ก็เท่านี้....
เจ้าคนนั้นทำอาชีพอะไร พระองค์สุ่มถามทหาร 3 คน
ช่างเครื่องเคลือบ ช่างปั้น ช่างตีเหล็ก ทหาร 3 คนนั้นตอบ
เห็นหรือไม่เพื่อนยาก ข้านำทัพนักรบมามากกว่าเจ้า พระองค์กล่าว
(คำพูดช่วงนี้เป็นช่วงที่กินใจที่สุดก็ว่าได้เพราะ ถึงแม้ท่านจะมีทหารมากมายมหาศาล หากแต่ทหารเหล่านั้นไม่ใช่ทหารที่ถูกฝึกมาเพื่อการรบ ก็หาสู้ทหารเพียงหยิบมือนี้ไม่ได้)

ชาวอาเคเดี้ยนข้ารบมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยพบคู่ต่อสู้ซึ่งให้สิ่งที่ชาวสปาร์ตั้นเรียกว่าความตายที่งดงาม ข้าได้แต่หวังว่าด้วยนักรบจำนวนมหาศาลที่มาต่อสู้กับเราอาจมีสักคนเบื้องล่างนั่น อาจทำหน้าที่ได้สำเร็จ ทหารคนหนึ่งกล่าว และเริ่มต่อสู้
จงฟัง เอฟิอาร์ทิส ขอให้เจ้าทุกข์ทน ตลอดไป พระองค์กล่าวกับชายพิการอัปลักษณ์ผู้ทรยศ
หมวกเหล็กของพระองค์หนักอึ้ง หมวกเหล็กของพระองค์ที่บีบรัดทำให้มุมภาพคับแคบ พระองค์ต้องมองไกล โล่ของพระองค์ทำให้ทรงตัวไม่ดี และเป้าหมายพระองค์ก็อยู่ห่างไกลชาวโลกจะรู้ว่า เสรีชนจ่อสู้กับจอมเผด็จการ คนน้อยสู้กับคนจำนวนมาก แต่ก่อนที่ศึกครั้งนี้จะสิ้นสุดลง แม้แต่กษัตริย์สมมติเทพก็หลั่งเลือด


ผู้อาวุโสกล่าวไว้ว่า พวกเราชาวสปาร์ตั้น สืบเชื้อสายมาจากเฮอร์คิวลิส เลโอไนดัส ผู้กล้า ได้พิสูจน์ชัดถึงสายเลือดของพวกเรา พระองค์ทรงแผดเสียงดัง กึกก้อง ยาวนาน 
ราชินีข้า เมียรักของข้า ดวงใจข้า พระองค์ตรัสก่อนจะสิ้นพระทัย
จงจดจำเราไว้ เป็นพระบรรชาเรียบง่ายที่กษัตริย์จะให้ได้ จงจำว่าเหตุใดเราจึงตาย พระองค์ไม่ต้องการคำสรรเสริญ หรือบทเพลง อนุสาวรีย์ กวีสงคราม ความกล้าหาญ ความต้องการนั้นเรียบง่าย จงจดจำเราไว้
ความหวังของพระองค์ หากมีผู้ใดได้ไปพบสถานที่แห่งนั้นเข้าในเวลาหลายศตวรรษ ของให้เสียงของเรา
กระซิบถึงท่านจากก้อนหินเหนือกาลเวลา จงบอกกล่าวชาวสปาตั้นที่สันจรผ่านไป ณ ที่แห่งนี้ ตามกฎแห่งสปาร์ต้า เราตายเช่นที่กษัตริย์สิ้นพระทัย
ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างได้กินใจคนดูได้ดี อีกทั้งเพลงประกอบช่างแสดงถึงความหดหู่ การรอคอย ความโศกเศร้าได้อย่างถึงใจ ส่วนตัวแล้วรู้สึกได้เลยว่า บทเพลงบางช่วงบางตอนแทบบาดหัวใจ เหมือนที่เคยรู้สึกเมื่อนานมาแล้ว ตอนที่ดูภาพยนตร์เรื่อง ไททานิค
ส่วนเรื่องดารานำและนักแสดงแทบจะไม่เคยเห็นหน้า เพราะหนังไม่ได้ขายดาราและหน้าตาของนักแสดง นี่อาจเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่หน้าสนใจ เพราะแม้ไม่ใช่ดาราฮอลลิวูดแต่ฝีมือก็ไม่ใช่ปลายแถว
เรื่องภาพไม่ต้องพูดถึง สวยมาก....
เนื้อเรื่องก็ไม่ยืดยาว เน้นฉากการรบเป็นส่วนใหญ่
หากใครยังไม่ได้ดู ก็เตรียมไปหาซื้อ VCD-DVD มาดูซะ (ไม่ได้เซ็นเซอร์ด้วย) เดี๋ยวจะเสียดายเหมือนเรา ไม่รู้ด้วยนะ

เมื่อเขาได้เห็นร่างที่ไร้ศรีษะของลูกชายที่รักยิ่ง นายกองแตกขบวน เขาคลุ้มคลั่งกระหายเลือด เสียงร่ำไห้ของนายกองที่สูญเสียลูกชายทำให้เหล่าข้าศึกตกใจกลัว ยิ่งกว่าเสียงกลองที่บาดลึกที่สุด ต้องใช้นักรบ 3 คน ดึงเขากลับเข้าแนวรบ ศึกครั้งนี้เราชนะ แต่ไร้ซึ่งเสียงเพลง
ไม่ต้องเอ่ยเป็นคำพูด พระองค์ตรัสกับทหารที่บาดเจ็บและกำลังจะกลับเมืองเพื่อไปส่งข่าว ทหารชาวอาเคเดี้ยน พร้อมกับทหารของพระองค์เดินหันหลังจากไป... จากไปเป็นร้อยเหลือเพียงน้อยนิด แต่มีเพียงหนึ่งเดียวที่หันไปมอง


edit @ 2007/05/16 17:13:38


















